สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ และวิเทศสัมพันธ์

การประชุมคณะกรรมการร่วม ไทย - จีน ครั้งที่ ๓ ภายใต้ STEP

Print
Category: จีน
Published Date
Written by krit Hits: 593

การประชุมคณะกรรมการร่วม ไทย - จีน ครั้งที่ ๓ ภายใต้ STEP

( The 3 China - Thailand Joint Committee Meeting under STEP )

วันที่ 16 - 17 มกราคม 2560

   รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำคณะกรรมการฝ่ายไทย 5 โครงการ ภายใต้กรอบความร่วมมือหุ้นส่วนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย-จีน (Science and Technology Partnership Program-SETP) เดินทางไปเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-จีน ครั้งที่ 3 (3rd Joint Committee Meeting under STEP Program) ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2560 ณ เมืองชิงเต่า มณฑลชานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี Prof. Yin HeJun, Vice Minister of Science and Technology of the People’s Republic of China เป็นประธานร่วมการประชุมฯ

 

  

     ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานปี 2558-2559 (2015-2016 Work Plans) และพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานประจำปี 2560 (2017 Work Plans) ได้แก่ 1) โครงการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีไทย-จีน (Thailand-China Technology Transfer Center) 2) โครงการแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Talented Young Scientist Visiting Program) 3) โครงการศูนย์วิจัยร่วมไทย-จีนด้านระบบราง (Thailand-China Joint Research Center) 4) โครงการความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology Applications) และ 5) โครงการความร่วมมือด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STI Policy Cooperation)  โดย รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ได้ร่วมลงนาม Minutes of the 3rd China-Thailand Joint Committee Meeting between the Ministry of Science and Technology of the People’s Republic of China and The Ministry 0pf Science and Technology of the Kingdom of Thailand เพื่อผลักดันแผนการดำเนินงานใน 5 โครงการให้มีผลเป็นรูปธรรมต่อไป

 

     โอกาสนี้ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม และคณะ ได้เยี่ยมชมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีระบบราง ณ บริษัท CRRC Corporation Limited คณะทำงานฝ่ายจีน โครงการความร่วมมือด้านระบบราง โดยมี Mr. WANG Jun, Vice-President ให้การต้อนรับ ซึ่งผลจากการประชุมคณะทำงานร่วมด้านระบบรางสำคัญ คือ ทั้งสองฝ่ายยินดีจะร่วมกันผลักดันการจัดตั้งศูนย์วิจัยร่วม จำนวน ๒ ศูนย์ ได้แก่ 1)ศูนย์วิจัยร่วมระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กับ CRRC Corporation Limited มุ่งวิจัย พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้าน rolling stock technologies และ 2)ศูนย์วิจัยร่วมระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับ CRRC Corporation Limited มุ่งวิจัยและพัฒนาด้าน railway operation control และ driving simulation

 

  

 

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

 

 

ข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการของรัฐบาลไทย - จีน

Print
Category: จีน
Published Date
Written by krit Hits: 492

 

 

ข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการของรัฐบาลไทย-จีน

ข้อมูลทั่วไปจีน

Print
Category: จีน
Published Date
Written by krit Hits: 479

ที่ตั้ง 
ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีพรมแดนติดต่อกับประเทศต่างๆ โดยรอบ 15 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ 
รัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน เคอร์กิชสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย เนปาล 
สิกขิม ภูฐาน พม่า ลาว และเวียดนาม ขณะที่ทิศตะวันออกและทิศใต้จดทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก 
และทะเลจีนใต้

พื้นที่

9.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีเส้นพรมแดนทางบกยาวกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร

ภูมิประเทศ

ทางตะวันตกส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ทะเลทราย และที่ราบสูง และค่อยๆ 
ลาดลงทางทิศตะวันออก

รูปแบบการปกครอง

สังคมนิยมแบบจีน

ประธานาธิบดี

นายสี จิ้นผิง (Xi Jinping) (มีนาคม 2556)

นายกรัฐมนตรี

นายหลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) (มีนาคม 2556)

รัฐมนตรีต่างประเทศ

นายหวัง อี้ (Wang Yi) (มีนาคม 2556)


วันชาติ 
1 ตุลาคม (สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2492 
ภายหลัง จากที่พรรคคอมมิวนิสต์ จีนมีชัยชนะใน
สงครามกลางเมืองเหนือพรรคก๊กหมินตั๋ง) 

ธงชาติ 
รูปดาวสีเหลือง 5 ดวงบนพื้นสีแดง 
(ดาวดวงใหญ่หมายถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นผู้นำ 
ดาวเล็กๆ ทั้งสี่ดวงหมายถึง “ชนชั้น” ที่ประกอบขึ้นเป็นสังคมจีน 
คือ ชนชั้นกรรมกร ชนชั้น ชาวนา ชนชั้นนายทุนน้อย และชนชั้นนายทุนแห่งชาติ) 

เมืองหลวง

กรุงปักกิ่ง (ภาษาราชการจีนเรียกว่า “เป่ยจิง” – 北京– Beijing)

ประชากร

1,361 ล้านคน

ชนชาติ 

มีชนชาติต่างๆ อยู่รวมกัน 56 ชนชาติ โดยเป็นชาว ”ฮั่น” ร้อยละ 91.51(ปี2554) ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อย ที่สำคัญได้แก่ ชนเผ่าจ้วง หุย อุยกูร์ หยี ทิเบต แม้ว แมนจู มองโกล ไตหรือไท เกาซัน
ภาษา 
ภาษาจีนกลาง (ผู่ทงฮว่า
普通) เป็นภาษาราชการ ชาวจีนในมณฑลต่างๆ มีภาษาพูดท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เสฉวน หูหนาน กวางตุ้ง ไหหลำ และฮกเกี้ยน

 

ศาสนา ลัทธิขงจื้อ ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์

เขตการปกครอง 
การปกครองส่วนกลางแบ่งออกเป็น 23 มณฑล (รวมถึงไต้หวัน) 5 เขตปกครองตนเอง (มองโกเลีย หนิงเซี่ย ซินเจียง กวางสี และทิเบต) 4 มหานครที่ขึ้นต่อส่วนกลาง (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และฉงชิ่ง) และ 2 เขตบริหารพิเศษ(ฮ่องกง และมาเก๊า) 

สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน 
1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 (ปี 2558 เป็นปีครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-จีน)

เอกอัครราชทูตไทยประจำจีน นายธีรกุล นิยม (เข้ารับตำแหน่งเมื่อกุมภาพันธ์ 2558)
เอกอัครราชทูตจีนประจำไทย นายหนิง ฝู้ขุย (Mr.Ning Fukui) (เข้ารับตำแหน่งเมื่อสิงหาคม 2556)

งานสัมมนา “ไทย-จีน ๔ ทศวรรษความสัมพันธ์ จากการค้าและวัฒนธรรม สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม”

Print
Category: จีน
Published Date
Written by krit Hits: 606

 

งานสัมมนา ไทย-จีน๔ ทศวรรษความสัมพันธ์ จากการค้าและวัฒนธรรม สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม

วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ ณ กรุงเทพฯ


สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ ร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จัดงานสัมมนา ไทย-จีน๔ ทศวรรษความสัมพันธ์ จากการค้าและวัฒนธรรม สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเมื่อวันพุธที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ โดยมีนายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน และมีศาสตราจารย์ ดร. ไพรัช ธัชยพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาอาวุโส รองประธานคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดร.พิษณุ เหรียญมหาสาร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.เขมทัต สุคนธสิงห์ ประธานกรรมการบริษัท สิขร จำกัด ผู้ผลิตรถไฟฟ้าและอุปกรณ์สำหรับการขนส่งระบบราง และนายเฉา โจวหัว ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเข้าร่วมการบรรยายและอภิปราย เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยโครงการการจัดทำข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่งโดยมีการเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการ เอกชน และวงการศึกษา เข้าร่วมงานสัมมนากว่า ๒๐๐ คน โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

๑. ทุกภาคส่วนเห็นว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุด ที่กำลังมีการพัฒนาในทุกด้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) รวมถึงการที่รัฐบาลจีนยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และเล็งเห็นว่า วทน. เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ดังที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้ประกาศเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ว่าจีนมีศักยภาพใน วทน. ๑๐ สาขา ที่เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ นาโนเทคโนโลยี เซลส์ต้นกำเนิด เทคโนโลยีการสำรวจน้ำมัน เป็นต้น และมีเทคโนโลยีที่จีนสามารถพัฒนาคิดค้นเอง ที่เป็นความภาคภูมิใจอีก ๑๓ ด้านอาทิ คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ยานอวกาศขับเคลื่อนโดยมนุษย์และการสำรวจดวงจันทร์ การสื่อสารทางไกลด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่และอนุภาคควันตัม  ดาวเทียมนำร่องเป๋ยโต่ว และรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น

๒. ไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิดของจีน ที่จีนมีความไว้เนื้อเชื่อใจ สามารถแสวงหาโอกาสพัฒนาความร่วมมือได้เต็มที่ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของไทยกับจีน มีรากฐานการเชื่อมโยงส่วนหนึ่งมาจากการแลกเปลี่ยนระดับพระราชวงศ์ โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงริเริ่มโครงการร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย จีน ตามพระราชดำริซึ่งถือเป็นต้นแบบในการดำเนินความสัมพันธ์ด้าน วทน. กับจีน  โดยปัจจุบัน ก็มีนักศึกษาไทย จำนวนมากที่ไปศึกษาต่อด้าน วทน. ที่จีน รวมทั้งได้รับทุนการศึกษา อาทิ ทุน UCAS (University of Chinese Academy of Sciences) จึงทำให้ในระยะยาว จะมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาชีพ ด้าน วทน. สำเร็จการศึกษาจากจีนเป็นจำนวนมาก และเป็นเครือข่ายสำคัญที่จะยึดโยงการพัฒนาประเทศ ด้วย วทน. ตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยอาศัย วทน. ที่มีศักยภาพและราคาไม่สูงจากจีน

                     ๓. กลไกอีกประการหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมสัมมนาได้เห็นพ้องว่าน่าจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาความร่วมมือด้าน วทน. คือ การจัดตั้งสำนักงานปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอื่นๆ ที่มีภารกิจด้าน วทน. เพื่อทำหน้าที่ประสานงาน สร้างเครือข่าย ค้นคว้าข้อมูลเชิงลึก และเป็น platform ให้นักศึกษา/นักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ ไทย-จีน สามารถติดต่อ แลกเปลี่ยนกันได้อย่างเต็มที่ต่อไป