งานสัมมนา “ไทย-จีน ๔ ทศวรรษความสัมพันธ์ จากการค้าและวัฒนธรรม สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม”

Print
Category: จีน
Published Date
Written by krit Hits: 446

 

งานสัมมนา ไทย-จีน๔ ทศวรรษความสัมพันธ์ จากการค้าและวัฒนธรรม สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม

วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ ณ กรุงเทพฯ


สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ ร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จัดงานสัมมนา ไทย-จีน๔ ทศวรรษความสัมพันธ์ จากการค้าและวัฒนธรรม สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเมื่อวันพุธที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ โดยมีนายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน และมีศาสตราจารย์ ดร. ไพรัช ธัชยพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาอาวุโส รองประธานคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดร.พิษณุ เหรียญมหาสาร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.เขมทัต สุคนธสิงห์ ประธานกรรมการบริษัท สิขร จำกัด ผู้ผลิตรถไฟฟ้าและอุปกรณ์สำหรับการขนส่งระบบราง และนายเฉา โจวหัว ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเข้าร่วมการบรรยายและอภิปราย เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยโครงการการจัดทำข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่งโดยมีการเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการ เอกชน และวงการศึกษา เข้าร่วมงานสัมมนากว่า ๒๐๐ คน โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

๑. ทุกภาคส่วนเห็นว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุด ที่กำลังมีการพัฒนาในทุกด้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) รวมถึงการที่รัฐบาลจีนยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และเล็งเห็นว่า วทน. เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ดังที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้ประกาศเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ว่าจีนมีศักยภาพใน วทน. ๑๐ สาขา ที่เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ นาโนเทคโนโลยี เซลส์ต้นกำเนิด เทคโนโลยีการสำรวจน้ำมัน เป็นต้น และมีเทคโนโลยีที่จีนสามารถพัฒนาคิดค้นเอง ที่เป็นความภาคภูมิใจอีก ๑๓ ด้านอาทิ คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ยานอวกาศขับเคลื่อนโดยมนุษย์และการสำรวจดวงจันทร์ การสื่อสารทางไกลด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่และอนุภาคควันตัม  ดาวเทียมนำร่องเป๋ยโต่ว และรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น

๒. ไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิดของจีน ที่จีนมีความไว้เนื้อเชื่อใจ สามารถแสวงหาโอกาสพัฒนาความร่วมมือได้เต็มที่ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของไทยกับจีน มีรากฐานการเชื่อมโยงส่วนหนึ่งมาจากการแลกเปลี่ยนระดับพระราชวงศ์ โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงริเริ่มโครงการร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย จีน ตามพระราชดำริซึ่งถือเป็นต้นแบบในการดำเนินความสัมพันธ์ด้าน วทน. กับจีน  โดยปัจจุบัน ก็มีนักศึกษาไทย จำนวนมากที่ไปศึกษาต่อด้าน วทน. ที่จีน รวมทั้งได้รับทุนการศึกษา อาทิ ทุน UCAS (University of Chinese Academy of Sciences) จึงทำให้ในระยะยาว จะมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาชีพ ด้าน วทน. สำเร็จการศึกษาจากจีนเป็นจำนวนมาก และเป็นเครือข่ายสำคัญที่จะยึดโยงการพัฒนาประเทศ ด้วย วทน. ตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยอาศัย วทน. ที่มีศักยภาพและราคาไม่สูงจากจีน

                     ๓. กลไกอีกประการหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมสัมมนาได้เห็นพ้องว่าน่าจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาความร่วมมือด้าน วทน. คือ การจัดตั้งสำนักงานปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอื่นๆ ที่มีภารกิจด้าน วทน. เพื่อทำหน้าที่ประสานงาน สร้างเครือข่าย ค้นคว้าข้อมูลเชิงลึก และเป็น platform ให้นักศึกษา/นักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ ไทย-จีน สามารถติดต่อ แลกเปลี่ยนกันได้อย่างเต็มที่ต่อไป